หุ้นธนาคารไทยพุ่งยกแผง KBANK BBL รับดอกเบี้ยขาขึ้น เงินหมุนเข้า Value
ภาพรวมหุ้นกลุ่มธนาคารเช้าวันที่ 2 ก.ค. 2569
หุ้นกลุ่มธนาคาร 11 แห่งปรับตัวขึ้นทั้งหมดในช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. 2569 โดย KBANK บวก 5.05% และ BBL เพิ่มขึ้น 4.72% โบรกเผยแรงซื้อไหลเข้าหุ้นกลุ่ม Value ได้อานิสงส์จากคาดการณ์ดอกเบี้ยโลกเข้าสู่ขาขึ้น พร้อมปัจจัยหนุนจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ผ่านวาระแรก ช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรกลุ่มธนาคารในช่วงครึ่งปีหลัง
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มธนาคาร 11 แห่งปรับตัวขึ้นทั้งหมดในช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. 2569 นำโดย KBANK ที่ราคาพุ่งขึ้น 5.05% และ BBL ที่บวก 4.72%
- นักวิเคราะห์ระบุว่าการปรับตัวขึ้นเกิดจากการที่นักลงทุนหมุนเงินจากหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) เข้ามายังหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value Stocks) โดยกลุ่มธนาคารได้รับประโยชน์โดยตรง
- ปัจจัยสำคัญคือความคาดการณ์ว่าวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น หลังสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร
- ปัจจัยบวกในประเทศคือร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ผ่านวาระแรก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง
รายชื่อหุ้นเด่นและการเคลื่อนไหวช่วงเช้า
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 2 ก.ค. 2569 หุ้นกลุ่มแบงก์บวกยกแผง นำโดย KBANK และ BBL
หุ้น KBANK บวก 5.05% เพิ่มขึ้น 11.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 229.00 บาท
หุ้น BBL บวก 4.72% เพิ่มขึ้น 8.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 188.50 บาท
หุ้น CREDIT บวก 4.55% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 23.00 บาท
หุ้น TTB บวก 4.07% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.56 บาท
หุ้น KTB บวก 3.95% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 39.50 บาท
หุ้น BAY บวก 3.59% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.25 บาท
หุ้น SCB บวก 3.05% เพิ่มขึ้น 4.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 152.00 บาท
หุ้น LHFG บวก 1.71% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.19 บาท
หุ้น TISCO บวก 1.69% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 120.50 บาท
หุ้น KKP บวก 1.52% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 100.50 บาท
หุ้น TCAP บวก 1.49% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 68.00 บาท
เหตุผลที่เงินหมุนเข้าหุ้น Value และหนุนกลุ่มธนาคาร
การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารสะท้อนแรงซื้อที่ไหลกลับเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ หลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value จากแรงหนุนทั้งปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยภายในประเทศ
ปัจจัยต่างประเทศมาจากการที่ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของเฟด ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณเข้าสู่วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลให้เกิดการหมุนเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มเติบโต โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มอ่อนตัวไปยังหุ้นกลุ่มคุณค่า หรือ Value Stocks ซึ่งกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ผ่านการพิจารณาวาระแรก ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปีก่อนจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่คาดว่าจะกลับมาอยู่ในทิศทางขาขึ้นตามวัฏจักรดอกเบี้ย
กลยุทธ์แนะนำ: เน้นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มดอกเบี้ย โดยหุ้นเด่น ได้แก่ KTB KBANK และ BBL

